HBD 6 years ‘s Gunn & 1 Years ‘s Get

HBD 6 years ‘s Gun

re_DSC04173เดือน กรกฎาคม 2558 เป็นเดือนเกิดของเด็กๆ น้องกันต์อายุครบ 6 ขวบ น้องเก็ทอายุครบ 1 ขวบ ปกติเราจะจัดงานวันเกิดให้กันต์ทุกๆปี เราจะพาลูกทำบุญตักบาตรในวันเกิดของตัวเองทุกปี ส่วนปีนี้พี่กับน้องเกิดกันคนละวัน เราจึงต้องหาวันที่ลงตัวในการจัดงานวันเกิดให้เด็กๆ โดยเราให้ความสำคัญ ความรู้สึกของคนเป็นพี่ก่อนเพราะน้องยังไม่ประสีประสาอะไรกับเรื่องพวกนี้ พ่อกับแม่ให้พี่เป็นคนเลือกว่าจะจัดงานตรงกับวันเกิดของตัวเอง หรือจะเสียสละจัดตรงกับวันของน้อง และเป็นธรรมดาที่ลูกจะเลือกวันของตัวเองก่อน เราพอรู้อยู่แล้วว่าด้วยวัยของเค้าอาจจะยังไม่รู้จักกับคำว่าเสียสละ เราจึงบอกเค้าว่าวันของลูกตรงกับวันธรรมดาซึ่งลูกต้องไปโรงเรียน แม่เองก็เตรียมจัดงานให้ไม่ทันด้วย เราก็จัดวันเกิดไม่ได้นะสิ  แม่เลยเสนอทางเลือกให้ลูกว่า เรามาจัดในวันเสาร์แรกของเดือน ซึ่งอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับวันเกิดของใครคนใดคนหนึ่ง ได้หรือไม่  ซึ่งกันต์ไม่มีปัญหา แต่วันที่ตรงกับวันเกิดของเค้าขอเค้กไปเป่ากับเพื่อนๆที่โรงเรียนได้หรือไม่ แม่ตกลง เหตุเพราะทุกๆปีวันเกิดของกันต์จะตรงกับวันหยุดและไม่เคยร่วมสนุกกับเพื่อนในงานวันเกิดของตัวเอง และปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายที่จะเจอเพื่อนๆที่โรงเรียนแห่งนี้ แม่เลยซื้อเค้ก 1 ก้อนให้ ในวันนั้นลูกกลับมาเล่าอย่างสนุกสนานที่ได้ไปเป่าเค้กที่โรงเรียน กันต์ 6 ขวบแล้วดูโตเป็นหนุ่มขึ้นเยอะทั้งร่างกาย และความคิด ในหลายๆเรื่อง ส่วนเก็ทเองก็พัฒนาการต่างๆที่ดี ร่าเริงแจ่มใส อารมณ์ดี แม้จะดูตัวเล็กไปสักหน่อย

ทุกๆปีที่เมื่อถึงวันเกิดแม่จะคอยเล่าถึงวันที่แม่คลอดลูกๆออกมาให้เค้าฟัง เพื่อเค้าจะได้รู้ว่าเค้าเกิดมาได้อย่างไร และอะไรที่เราควรให้ความสำคัญในวันเกิด เราคิดกันว่าเราจะจัดงานให้เค้าแค่ถึง 10 ขวบเท่านั้น และจะให้เค้ามองเรื่องการจัดงานเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่ต้องไม่ธรรมดาคือ อย่าลืมว่าใครคือผู้ให้กำเนิดเรามา และสิ่งที่ควรปฎิบัติแทบจะเป็นประเพณีคือ การทำบุญตักบาตรในวันเกิดของตัวเอง

พัฒนาการน้องเก็ท10 เดือน

get10mน้องเก็ทอายุ 10 เดือนแล้ว พัฒนาการของเจ้าคนเล็กเป็นไปอย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นเพราะเค้าชอบเล่นกับพี่ชาย เห็นพี่ทำอะไรก็อยากจะทำตาม มีส่วนร่วมตลอด ตอนนี้น้องเก็ทมีฟันล่างขึ้น 2 ซี่ ฟันบนไม่มีทีท่าจะโผล่มาให้เห็นเลย ยังคงกินนมแม่ล้วนอยู่ กินอาหาร 3 มื้อ ปั่นหยาบให้เธอได้หัดเคี้ยว เธอกินทุกอย่างที่แม่ป้อน แต่บางอย่างที่เธอไม่ปลื้ม เธอจะทำหน้าหยี ส่ายหัว ก้มหน้าลูกเดียว เธอคลานเก่งชอบปีนป่าย เริ่มพูดเป็นคำๆ เช่น ป่ะๆ (ไป) , แม่มๆ (หม่ำ) , แฮะ (เรียกพี่กันต์ หรือ พ่อ) , ทำมือ บ๊าย บาย, เอามือปิดตาเล่นจ้ะเอ๋  , ยกมือขึ้นเวลาถามว่าใครชื่อน้องเก็ท,  สามารถจับสิ่งของเปลี่ยนมือไปมาได้ รับโยนลูกบอลได้  เวลาที่แม่ร้องเพลง หรือ ทำท่าประกอบเพลง เธอจะชอบมองนิ่งๆ สักพักเธอก็จะทำท่าที่แม่สอนได้ เช่น เพลงเป็ดอาบน้ำในคลอง พอแม่ร้องท่อน เพราะในคลองมีหอย ปู ปลา เธอก็จะทำมือเป็นปลา  เวลาพ่อจะอ่านหนังสือให้เธอฟัง เธอสามารถฟังคำสั่งได้ดี พ่อจะเรียกให้มานั่งที่ตัก เธอก็จะคลานมานั่งตั้งใจฟังพ่ออ่าน พัฒนาการอีกอย่างที่เห็นได้ชัด และพ่อกับแม่ชอบมากคือ การไหว้ เก็ทสามารถไหว้ได้ตั้งแต่ 7-8 เดือน ทุกวันๆที่พ่อกับแม่กลับจากทำงานพี่กันต์จะสวัสดีพ่อกับแม่ พ่อกับแม่ก็จะทักทายน้องเก็ทว่าสวัสดีครับทุกครั้ง เดี๋ยวนี้พอกลับมาถึงเปิดประตูมาปุ๊ปเธอจะสวัสดี ทำมือธุจ้า พ่อกับแม่ แถมมาแบบใหม่ก้มหัวอย่างสวยงาม

เตรียมตัวเดินทางสู่รั้วประถม

ลูกชายคนโต ตอนนี้เรียนอยู่ชั้น อนุบาล 3 ปีสุดท้ายกับการเป็นเด็กอนุบาล ซึ่งจะต้องเตรียมตัวเข้าสู่รั้วประถม การวางแ984295_10204887763967224_1054826160832835229_nผนเรื่องโรงเรียนระดับประถมให้กับลูก เป็นเรื่องที่ทำให้เราเครียดพอสมควร พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกได้เรียน ร.ร. ดีๆ เจอสังคมเพื่อนและครูที่ดี สิ่งที่ทำให้เราหนักใจคือ เรายังมองไม่เห็นความโดดเด่นของลูกว่าเค้าเหมาะกับโรงเรียนแนวไหน บูรณาการ หรือ วิชาการ  ร.ร ที่ลูกเรียนอยู่ในตอนนี้ก็เป็นแนวกึ่งวิชาการ  บวก บูรณาการ    ในส่วนตัวพ่อกับแม่เองชอบ ร.ร แนวบูรณาการ ทั้งคู่ แต่ ร.ร แนวนี้ที่ใกล้บ้านเราไปสมัครไม่ทัน ก็มาจบที่ ร.ร ปัจจุบันที่เรียนอยู่ซึ่งก็ถือว่าเป็นโรงเรียนที่ดีคุณครูเอาใจใส่เด็กๆดีมาก ชอบตรงภาษาอังกฤษที่นี่แนวการสอนดีมาก  ที่นี่เราก็มามองที่ ร.ร สาธิต ตกลงใจกันว่าให้ลูกไปลองสอบดู โดยที่เราไม่ได้ส่งเค้าติวที่ไหน สอนเอง โดยการทำแบบฝึกหัด เราไม่รู้แนวข้อสอบเลยว่าการสอบเป็นแบบไหน รู้แต่ว่าสาธิตแต่ละที่แนวข้อสอบก็แตกต่างกันไป  เราก็ฝึกสอนให้เค้าทำแบบฝึกหัดไปทุกๆวัน การสอนมีอุปสรรคแน่นอนด้วยวัยของเค้าที่จะห่วงเล่นมาก บางครั้งก็ตั้งใจดี ขอแม่ทำหลายหน้า บางครั้งก็ไม่อยากจะทำเอาเสียเลย เราเริ่มฝึกลูกตั้งแต่เค้าเรียน อ.2 แต่ไม่ได้เข้มงวดมากนัก ทำบ้างไม่ทำบ้าง ช่วงนั่นแม่เองก็ตั้งท้องลูกคนเล็ก ก็ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ไม่เต็มที่ เราให้ลูกลองสอบสาธิต 2 ที่ คือ สาธิต มศว และสาธิตจุฬา ทั้ง  2 ที่สอบคนละช่วงเวลาภายในวันเดียวกัน วันที่พาไปสอบถือเป็นประสบการณ์ที่เรารู้สึกสงสารลูกมาก เค้าต้องตื่นเช้า เดินทางด้วยความเร่งรีบเพราะรถติดมาก ต่อรถนั่นรถนี่ สุดท้ายลูกไม่ได้ทานอาหารกลางวัน จนสอบทั้ง 2 ที่เสร็จ เรารู้สึกสงสารเค้ามาก แต่เค้าเองก็เป็นเด็กที่มีความอดทนกับเรื่องความหิวได้เป็นอย่างดี สรุปผลการสอบไม่ติดทั้ง 2 ที่ แว่บแรกแม่เองก็เสียใจ ที่เราไม่ได้เต็มที่ให้ลูกเท่าไหร่ แต่คิดอีกทีถ้าติดลูกก็คงต้องลำบากในการเดินทางไปโรงเรียนอีก การสอบครั้งนี้เราแค่ต้องการให้เค้าได้รู้ว่าโลกแห่งความเป็นจริง การจะทำอะไรสักอย่างให้ประสบความสำเร็จเราต้องมีความตั้งใจ โลกภายนอกมีแต่การแข่งขัน แต่ก่อนจะแข่งขันกับคนอื่น หนูจะต้องแข่งขันกับตัวเองให้ได้ก่อน ต้องตั้งใจทำแบบฝึกหัด ขยันหมั่นเพียร ทุกสิ่งทุกอย่างไม่สามารถได้มาง่ายๆ ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่า ลูกเป็นคนใจร้อน ไม่ฟังคำสั่ง มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ขาดความละเอียดรอบคอบ แต่ไม่เป็นไรเรายังมีเวลาฝึกฝน เพื่อสนามสอบต่อไป แต่จริงๆแล้วเรามี ร.ร .ในใจที่อยากให้เค้าเข้าแล้วละ การสอบก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ เปิดโลกกว้างให้เค้าได้เรียนรู้ และสอนให้เราเอาใจใส่ดูแลเรื่องการเรียนของลูกมากขึ้น

 

คุณแม่ลูก 2 กับการเขียน Blog ครั้งแรก

10734078_10204212724331655_3355884297854204455_n

แม่ปุ๋ยค่ะ  นี่เป็นครั้งแรกของการเขียน  Blog จริงๆอยากทำมานานแล้ว แต่ไม่มีเวลาเลย ครอบครัวของเรามีลูกชาย 2 คน คนโตชื่อ น้องกันต์ อายุ 5 ขวบจะ 6 ขวบแล้ว ส่วนคนเล็กชื่อ น้องเก็ท อายุ 10 เดือน แม่ปุ๋ยเป็น working mom ตั้งใจเขียนบันทึก เรื่องราวของลูกๆ วิธีการเลี้ยงดู กิจกรรมภายในครอบครัวของเรา ประสบการณ์ลองถูกลองผิดกับการเลี้ยงลูก แต่ทั้งหมดที่จะเขียนเป็นความคิดเห็นส่วนตัวและวิธีการของครอบครัวเรา อาจจะแตกต่างจากคนอื่น แต่เป็นสิ่งที่เราทำเพื่อปรับให้เหมาะสมกับลักษณะนิสัยของลูก  blog นี้ทำขึ้นมาก็เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ เรื่องราวของลูกๆในวัยเด็ก เวลาแต่ละวันมันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราอาจจะหลงลืม หรือแก่ตัวไปแล้วเป็นอัลไซเมอร์  และที่สำคัญเมื่อลูกโตเราอยากให้เค้าได้อ่านเรื่องราวของเค้าเองในวัยเด็กที่ blog นี้ และรับรู้ว่าพ่อกับแม่รักพวกเค้าแค่ไหน